ผู้หญิงแต่งบ้าน
บ้านตัวเอง ^_^

บ้านตัวเอง#5 : ตกแต่งภายใน

ตกแต่งบ้านมาถึงตอนที่อยากเขียนที่สุดแล้วค่ะ!

ในตอนนี้จะโชว์รูปการตกแต่งภายในทั้งหมด (เท่าที่เงินจะทำได้) ให้ดูค่ะ ส่วนภายนอกจะไม่ค่อยมีให้ดูเลย หรือเรียกว่าไม่มีให้ดูเลยก็ได้ค่ะ 555 งบหมดแล้ว ต้องทำข้างในก่อน

ภาพที่ถ่ายมานี้ เพิ่งย้ายเข้าบ้านได้ประมาณ 3 เดือน และเราก็จัดของก่อนถ่ายด้วย มันก็จะดูเป็นระเบียบนิดนึงค่ะ (แต่อันที่จริงบ้านเราไม่ค่อยรกค่ะ เพราะสามีเป็นคนไม่ชอบให้วางอะไรเกะกะ ถ้ามีอะไรขัดหูขัดตาเค้าจะเก็บเรียบค่ะ บ้านปกติก็เลยไม่ค่อยรกค่ะ)

หมายเหตุ : บ้านเราไม่ได้กว้าง แต่ดูกว้างเพราะใช้เลนส์ wide ถ่ายค่ะ เฉพาะตัวบ้านหน้ากว้าง 6 เมตรค่ะ

ไปดูกันเลยดีกว่าค่ะ เริ่มจากประตูบ้านก่อนนะคะ เราภูมิใจเสนอตั้งแต่หน้าบ้านเลยทีเดียว นั่นก็คือบ้านเลขที่ค่ะ

อันนี้น่ารักมากกกกก เราไปเจอของบ้านหลังนึงในเน็ต เป็นบ้านที่ไต้หวันหรืออะไรซักอย่างเนี่ยอ่ะค่ะ เค้าเจาะช่องแล้วใส่ชื่อร้าน แต่ของเราทำเป็นบ้านเลขที่แทนค่ะ

เราหาร้านในเน็ตสั่งทำไอ้ตัวไม้ๆ เนี่ยอ่ะค่ะ ไปถูกใจร้านนึง ราคาก็น่ารัก น้องคนขายก็สุภาพมาก อัพเดทงานให้ดูตลอด เราเลยสั่งกับเค้าค่ะ รู้สึกว่าจะอาทิตย์นึงรึเปล่าไม่แน่ใจ น้องเค้าทำงานแค่เสาร์อาทิตย์ค่ะ เราเองไม่ได้รีบอะไรก็รอได้ค่ะ

รีวิวร้านของตัวอักษรไม้ คลิ๊กที่นี่

เมื่อเปิดประตูรั้วเดินเข้ามามองขวามือจะเจอสนามหญ้าและเหล่าต้นไม้ของสามีเราค่ะ อีกเหตุผลนึงที่ซื้อบ้านเดี่ยวเพราะสามีเค้าอยากได้สวน อยากปลูกต้นไม้ค่ะ เราก็รีเควสไปว่าบ้านจะออกมาแนวนี้นะ เอาต้นไม้ที่มันเข้ากับบ้านนะ เค้าก็จัดให้ค่ะ จะบอกว่าสนามหญ้ากับต้นไม้นี่ก็ช่วยกันปลูกนะคะ สามี 95% เรา 5% ค่ะ อิอิ

มาดูภาพบ้านมุมกว้างกันบ้างค่ะ อันนี้ไม่ได้ถ่ายสวยนะคะ เรารีทัชเอาค่ะ ภาพจริงท้องฟ้าอย่างขาวเลย เราเอาท้องฟ้ามาแปะเองค่ะ 555

เดินเข้ามาอีกหน่อยก็ถึงหน้าประตูบ้านค่ะ ประตูใช้เป็น UPVC ค่ะ จริงๆ ก็อยากได้ไม้แท้ หรือที่เป็นเหล็กแบบญี่ปุ่นค่ะ แต่ว่างบน้อยมาก เลยใช้อันนี้ไปก่อน มีตังค์แล้วค่อยเปลี่ยนค่ะ ประตูในบ้านเราทุกบานซื้อร้านที่บางโพค่ะ แต่สั่งในเน็ตเอานะ ไม่ได้ไปเอง แล้วกว่าจะหาประตูแบบที่มีช่องแสง แบบเรียบๆ สีขาวได้นี่แทบร้องไห้เลยค่ะ

รีวิวร้านประตู คลิ๊กที่นี่

จริงๆ ตรงส่วนที่เป็นหินสีขาวนี่เราออกแบบไว้แล้วว่าจะมีหินก้อนใหญ่หรือต้นไม้มาวางประดับ แต่งบหมดค่ะ เอาเงินไปทำให้บ้านอยู่ได้ก่อนค่ะ

ต่อไปขอเรียนเชิญทุกท่านเข้าบ้านนะคะ เปิดประตูมาก็จะเป็นแบบนี้ค่ะ genkan ที่รอคอยยยยย เราชอบตรงส่วนี้มาก แทบจะมากที่สุดในบ้านเลยก็ว่าได้ เราอ่านการ์ตูนญี่ปุ่นแล้วเค้ามีแบบนี้ทุกหลังเลย อยากมีมาก พอได้โอกาสก็จัดเลยค่ะ (แถมรูปลูกๆ ทั้ง 3 ตัวนะคะ)

ตู้รองเท้านี้ให้พ่อทำให้ค่ะ พ่อเป็นช่างไม้ส่วนตัวของเราค่ะ 555 ถึงแม้จะเถียงกัน เข้าใจผิดกันอยู่ตลอด แต่งานก็ออกมาถูกใจเสมอค่ะ สำหรับตู้นี้ก็มีที่ไม่ถูกใจค่ะ อย่างแรกเลยคือเราให้ขนาดผิด (เราผิดเอง T_T) ความลึกมันน้อยไปหน่อยค่ะ ใส่รองเท้าสามีแนวปกติไม่ได้ ต้องใส่แบบตะแคงข้างค่ะ อันนี้ต้องทำใจค่ะ ผิดเองทำอะไรไม่ได้

ส่วนอีกจุดที่ติดใจคือไม้บางแผ่นมันมีสีเทาๆ เขียวๆ เหมือนราค่ะ ถ้าสังเกตจะเห็น อันนี้เราว่าพ่อเลือกไม้มาไม่ค่อยดีค่ะ คือมันก็เป็นพาเลตหมดแหล่ะ แต่มันคงมีให้เลือกไม่มาก แล้วพ่อเราคงไม่ทันดูหรือไม่ก็ได้เท่านี้ อันนี้ก็ทำใจค่ะ ใช้ๆ ไปเดี๋ยวก็ชิน

มองออกไปทางหน้าบ้านจะเป็นแบบนี้ค่ะ จริงๆ พื้นที่ตรงนี้สั้นมากเลยนะคะ ประมาณ 3 เมตร แต่ใช้เลนส์​ wide เลยดูลึกค่ะ อ้อ พื้นตรงนี้เราปูกระเบื้องเองด้วยนะคะ เพราะอยากประหยัดงบ

ดูรีวิวการปูพื้นกระเบื้อง คลิ๊กที่นี่

อันนี้เป็นมุมที่จะไปห้องรับแขกแล้วค่ะ สังเกตทางขวามือของรูปจะมีไม้อยู่ อันนั้นเป็นส่วนของชั้นวางของของห้องรับแขกค่ะ

ถ่ายมุมกว้างให้เห็นการเชื่อมกันของ 2 พื้นที่ค่ะ จะได้มองภาพออก ^_^

นี่ค่า ส่วนของห้องรับแขกของเรา ก็คือเดินออกจาก genkan มาก็เจอเลยค่ะ

มุมกว้างๆ จะเป็นแบบนี้ค่ะ

ชั้นวางหนังสือสวยยยยยยยยยยย ชอบมากๆๆๆๆๆๆๆ อันนี้ก็ให้พ่อทำให้ค่ะ แล้วก็เหมือนเดิม เราเขียนแบบไปให้ผิดไซส์ค่ะ ทำให้ช่องมันสูงเกิน ก็เลยให้พ่อทำชั้นไม้มาแบ่งครึ่งของแต่ละชั้นค่ะ มันก็จะดูถี่ๆ หน่อย แต่ก็โอเคค่ะ

อันนี้อีกมุมนึงค่ะ ก็จะมีทีวี แล้วก็กรงหมาค่ะ

โซฟาอันนี้เราสั่งทำค่ะ เรากดติดตามร้านนี้เอาไว้นานมากกกก พอมีโอกาสได้ซื้อก็จัดเลยค่ะ ราคา 17,900 บาทรวมส่ง เราว่าไม่แพง แต่ตอนสั่งก็มีปัญหากันอยู่เหมือนกันค่ะ แต่ทางร้านแก้ไขได้ดี เราเลยแนะนำค่ะ

อ่านรีวิวร้านโซฟา คลิ๊กที่นี่

ส่วนโต๊ะไม้อันนี้เราได้มาจากร้านมือ 2 ที่ขายของจากญี่ปุ่นค่ะ แต่ตัวนี้เป็นมือหนึ่ง ที่มีตัวเดียว เหมือนว่าจะเป็นของค้างสต๊อกจากญี่ปุ่นค่ะ เราโชคดีมากที่เค้าลงขายพอดี เราทักไปถามเค้าตลอดว่าของเข้ารึยัง พอเข้าปุ๊บ เราก็รีบชวนสามีไปดูเลย แล้วก็ได้มาครอบครองค่ะ ตัวนี้ราคา 1,000 บาทมั้งคะ ไม่แน่ใจ เป็นของ Yamazen ค่ะ

มองออกไปทางซ้ายมือจากห้องรับแขกก็จะเป็นสวนหน้าบ้านค่ะ ประตูเลื่อนตรงนี้ก็สั่งทำค่ะ เป็นเจ้าที่ช่างรับเหมาเค้าแนะนำมาอีกที ราคาดีค่ะ คุยงานก็ง่าย ช่างเค้าอยู่แถวดอนเมืองค่ะ

ช่างผล 086 057 2358 ประตูหน้าต่าง อลูมิเนียมค่ะ

ถ้ามองทางซ้ายมือของห้องรับแขกก็จะเป็นแบบนี้ค่ะ เห็นไปถึงหลังบ้านเลยค่ะ ตรงเค้าน์เตอร์ครัวตรงนู้นเป็นส่วนที่เราทุบออกค่ะ เพื่อให้บ้านมันโล่งๆ ค่ะ เราอยากให้ทุกส่วนมันเชื่อมต่อกัน เวลาทำอะไรก็จะได้เห็นได้พูดคุยกันตลอดค่ะ

ต่อไปเราจะพาเดินลงมาจากพื้นที่ยกระดับขึ้นไปค่ะ ตรงนี้เรามีข้อแนะนำจากความผิดพลาดของเราค่ะ เราให้ช่างเทพื้นสูง 20 ซม. แต่เราว่ามันสูงไป ถึงแม้ตอนนี้จะชินแล้ว แต่ถ้าใครจะทำแบบนี้ เราว่าซัก 17-18 ซม. น่าจะกำลังสบายค่ะ (อย่าลืมเผื่อระยะของพื้นด้วยประมาณ 3-5 มม. ค่ะ)

อ้อ ส่วนของพื้นชั้นล่างเราใช้เป็นกระเบื้องยางแบบม้วนค่ะ เพราะอย่างที่บอกคือประหยัดงบค่ะ ถ้าจะให้พูดถึงวัสดุปูพื้นชนิดนี้ต้องคุยกันยาวค่ะ เราแยกออกมาเป็นอีกบทความแล้วกันค่ะ

รีวิวกระเบื้องไวนิลแบบม้วน คลิ๊กที่นี่

มองภาพกว้างๆ จะเป็นแบบนี้ค่ะ genkan จะอยู่ทางซ้ายมือ ดูในรูปจะเห็นว่ามีกำแพงกั้นตรงหน้า genkan เลย อันนี้เราก็ให้ช่างก่อขึ้นมาใหม่เพื่อให้เป็นสัดส่วนชัดเจนค่ะ

ส่วนตรงนี้เป็นโต๊ะทำงานของเราทั้ง 2 คนค่ะ ตรงนี้ถ้าจำได้ เราจะกั้นกำแพงขึ้นมา 90 ซม. เพื่อจะแบ่งเป็นพื้นที่ทำงานค่ะ สำหรับโต๊ะทำงานที่เห็นนั่นเราก็ทำกันเองกับสามีค่ะ ซื้อไม้จากร้านไม้ ให้เค้าตัดให้ ซื้อขาโต๊ะจากร้านเดียวกันมาติดฉากแล้วทำเป็นโต๊ะค่ะ ที่ทำเองเพราะประหยัดกว่ามากค่ะ และไซส์ที่เราต้องการมันค่อนข้างยาว มันหาไม่ค่อยได้ด้วยค่ะ ก็เลยซื้อมาทำเองเลย ไม่ค่อยยากค่ะ แต่ใช้เวลาเยอะเหมือนกัน

รีวิววิธีการทำโต๊ะ คลิ๊กที่นี่

ส่วนลิ้นชักตรงกลางนั่นของ ikea ค่ะ อ้อๆๆๆ แล้วที่เห็นว่าชั้นลิ้นชักมันโผล่มานิดนึงอันนั้นตั้งใจนะคะ ไม่ใช่ว่าไม้ไม่พอ สามีเราเค้าบอกว่าไม่อยากให้โต๊ะมันกว้างเกิน กลัวพื้นที่โต๊ะกินข้าวจะแคบค่ะ เลยทำหดเข้าไป 10 ซม. ค่ะ

ข้างหลังโต๊ะทำงานก็จะเป็นโต๊ะกินข้าวค่ะ โต๊ะกินข้าวซื้อจาก ikea ค่ะ เป็นรุ่นที่สามารถยืดความยาวโต๊ะได้ จากที่นั่งได้ฝั่งละ 2 คน ยืดกลายเป็น 4 คนได้ค่ะ

ส่วนเก้าอี้เราซื้อในงานเฟอร์นิเจอร์ค่ะ ซื้อมาทั้งหมด 6 ตัว รวมกับอีก 2 ตัวข้างบนด้วยค่ะ ที่เห็นในรูปนี้ ส่วนของขาจะเป็นไม้แท้ค่ะ ส่วนของที่นั่งที่เป็นสีขาวถ้าจำไม่ผิดจะเป็นพลาสติกค่ะ

ที่เห็นวางอยู่ที่พื้นก็จะเป็นหุ่นยนต์ดูดฝุ่นของ Mr.Robot ค่ะ เนื่องจากว่าแม่บ้านเพิ่งลาออกไป (จริงๆ ก็ไม่ได้ลาออกหรอก ขอลากลับบ้านแล้วไม่กลับมาอีกเลย…) ก็เลยต้องหาตัวช่วยค่ะ ไปเดิน Home Pro Expo มา เจอตัวนี้จัดโปรอยู่ค่ะ ถูกกว่ายี่ห้ออื่นๆ มาก ได้ของแถมอีก 2 ชิ้นด้วย เซลล์ก็แนะนำดี แถม Mr. Robot ก็เคยมาใช้บริการที่สตูดิโอของเราค่ะ เราก็เลยเลือกเจ้านี้ค่ะ

มาดูฝั่งบันไดกันบ้างค่ะ ในภาพนี้ถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นประตูถึง 3 บานค่ะ ประตูที่อยู่ข้างหลังบันไดนั่นจะเป็นห้องเก็บของที่ใช้งานบ่อยๆ ค่ะ เช่น เครื่องล้างจาน เครื่องดูดฝุ่น ชามข้าวหมา อะไรแบบนี้ค่ะ

ส่วนประตูนี้ (ทางด้านขวา) จะเป็นประตูห้องน้ำค่ะ ส่วนประตูทางซ้ายมือ จะเป็นห้องเก็บของที่ไม่ค่อยได้ใช้ค่ะ
และถ้ามีคำถามว่า ทำไมไม่มีราวบันได้ งบหมดเหรอ?​ไม่ใช่ค่ะ อยากได้แบบนี้จริงๆ พ่อบอกว่าตอนแก่จะรู้สึก เราก็บอกว่าเดี๋ยวแก่แล้วค่อยทำค่ะ ^_^

อันนี้เป็นห้องน้ำของข้างล่างค่ะ เราก็เปลี่ยนตำแหน่งสุขภัณฑ์ใหม่ทั้งหมดเลยค่ะ เอาไว้เดี๋ยวทำ Befor After เทียบกันให้ดูนะคะ

อันนี้เป็นห้องเก็บของข้างหลังบันไดค่า ปัจจุบันรกกว่านี้แล้วค่ะ T__T

มาต่อที่ส่วนสุดท้ายของบ้านค่ะ นั่นก็คือห้องครัวนั่นเอง ห้องนี้ถือเป็นห้องอันดับ 2 ที่ชอบรองลงมาจาก genkan ค่ะ ตัวบอดี้ภายนอกของเค้าน์เตอร์เป็นไม้สนประสานค่ะ ภายในเป็นปาร์ติเกิ้ลค่ะ เราขอให้ร้านทำแบบนี้เพราะจะประหยัดงบค่ะ ส่วนท๊อปเป็นไม้โอ๊คค่ะ

ห้องครัวนี่ก็มีประเด็นกับร้านที่สั่งทำค่ะ จะเล่าให้ฟังอย่างละเอียดในส่วนของรีวิวนะคะ แต่ถามว่าแนะนำร้านนี้มั้ย เราก็แนะนำค่ะ แต่ก่อนตัดสินใจทำ ไปอ่านรีวิวเราก่อนนะคะ

รีวิวร้านทำครัวไม้สน คลิ๊กที่นี่

ส่วนคนที่ชอบสไตล์นี้ อยากได้บ้าง เราขอแนะนำว่าคุณควรจะเข้าใจถึงธรรมชาติของไม้สนจริงๆ ไม้สนนั้นเป็นไม้เนื้ออ่อนมาก ขนาดที่ว่าเอาเล็บจิกก็เป็นรอยได้แล้ว และเนื่องจากเป็นไม้แท้ จะมีโอกาสที่ไม้จะหดตัว-ยืดตัวได้สูงเลยค่ะ เราเจอมาแล้ว ช่วงที่อากาศหนาวมากๆ ไม้มันหดค่ะ ที่ยาวแนวเอาไว้มันก็แยกออกจากกันหมด แต่ซักพักมันก็คืนตัวเหมือนเดิมค่ะ ตรงจุดนี้ก็ต้องรับให้ได้ สำหรับท๊อปที่เป็นไม้โอ๊ค ก็ไม่ได้เป็นไม้เนื้อแข็งอะไรเท่าไหร่ เป็นรอยง่ายมาก ถ้าวางของร้อนเกินไปก็อาจจะด่างหรือเป็นรอบไหม้ดำๆ อีก คือครัวไม้เนื้ออ่อนนี่ดูแลยากจริงๆ ค่ะ ถ้าจะทำ ควรจะหาข้อมูลให้มากๆๆๆ ค่ะ นี่ยังไม่รวมเรื่องปลวกนะคะ

ครัวเราไม่มีตู้ลอยค่ะ เพราะไม่ชอบหรอ? ชอบค่ะ แต่ไม่มีเงินค่ะ T__T เลยไปซื้อแผ่นชั้นไม้มาติดไว้แบบนั้น่ะค่ะ จริงๆ ก็อยากติดฝั่งละสองชั้น เพราะมันน่ารักกว่า แต่งบหมดค่ะ คงจะคิดใช่มั้ยคะว่าแผ่นละไม่กี่ร้อย ไม่มีเงินเลยหรอ คำตอบคือใช่ค่ะ ทำบ้านนี่งบบานมาก ไม่กี่ร้อยและหลายชิ้นมันก็กระทบหมดเลยค่ะ เลยทำเท่าที่มีไปก่อนค่ะ

ให้ดูชั้นล่างหมดแล้ว ต่อไปเราขึ้นข้างบนกันดีกว่าค่ะ ประตูจิ๋วๆ ตรงข้างๆ บันไดนั่นคือห้องเก็บของใต้บันไดค่ะ ส่วนประตูทางขวานั่นคือห้องเก็บของที่ไม่ค่อยได้ใช้ค่ะ (ประตูที่อยู่ข้างๆ ประตูห้องน้ำอ่ะค่ะ) ห้องนี้มีแต่ของเลอะเทอะเละเทะ เราเลยไม่ถ่ายมาให้ดูค่ะ

งานโชว์บันไดก็มาค่ะ ก็จะขี้อวดหน่อยๆ นะ คือบ้านนี้เราทำเอง ออกแบบเอง คุมงานเองทั้งหมด ก็ขออวดหน่อยนึงค่ะ ^___^

โคมไฟอันนี้เป็นแบบสองทางค่ะ ส่วนตัวของโคมไฟก็ไปได้ในงาน Home Pro Expo ค่ะ

พอขึ้นมาก็จะเจอแบบนี้ค่ะ เป็นทางเดินยาวๆ (ก็ไม่ได้ยาวมากหรอกค่ะ) สุดทางก็วางตู้เย็น แล้วก็หิ้งพระค่ะ

ประตูทางขวามือเป็นห้องนอนเล็กค่ะ ประตูทางซ้ายที่ใกล้ๆ กับเรา อันนีห้องนอนใหญ่ที่เรานอนค่ะ ส่วนประตูทางซ้ายที่ไกลออกไปอันนั้นเป็นห้องน้ำเล็กของชั้นสองค่ะ

มาดูห้องนอนใหญ่ที่เรานอนกันก่อนค่ะ เราเอาฟูกนอนพื้น เพราะกันหมากระโดดขึ้นเตียงค่ะ อยู่ที่บ้านเดิมเค้ากระโดดขึ้นกระโดดลงบ่อยมาก กลัวว่าตอนเค้าแก่กระดูกจะไม่ดีค่ะ เลยนอนพื้นดีกว่า

ส่วนพื้นชั้นบน เราใช้เป็นแบบไวนิลค่ะ ไม่ใช้ลามิเนต เพราะที่บ้านเดิมเคยใช้แล้ว มันไม่ทนน้ำเลย แล้วเลี้ยงหมา 3 ตัว บางทีก็ฉี่เรี่ยราด ใช้เป็นไวนิลแบบนี้ดีกว่าค่ะ ราคาสูงกว่าแต่ก็ต้องยอมค่ะ

รีวิวพื้นไวนิล คลิ๊กที่นี่ <<< ติดไว้ก่อนนะคะ >_<

ในห้องนอนก็จะมีโต๊ะทำงานด้วยค่ะ ก็จะเป็นร้านเดียวกับของข้างล่างค่ะ (ตัวนี้ก็ทำเองนะคะ)
เก้าอี้ 2 ตัวนี้ก็ร้านเดียวกับข้างล่างค่ะ แต่อันนี้ไม่มีขาไม้ เป็นพลาสติกทั้งตัวค่ะ

พอเตียงอยู่ที่พื้น ทีนี้อะไรๆ ก็จะเตี้ยตามเตียงไปหมดค่ะ อย่างเช่น ชั้นวางทีวีค่ะ อันนี้ซื้อจาก ikea ค่ะ

โต๊ะหัวเตียงซื้อจาก ikea ค่ะ อันนี้แนะนำว่าถ้าซื้อมาแล้วควรเอามาเคลือบแลคเกอร์หน่อยค่ะ เพราะเค้าไม่ได้เคลือบอะไรมาเลย ถ้ามาใช้งานจริงแล้วโดนน้ำ หรือสกปรก เนื้อไม้มันจะเสียได้ง่ายๆ เลยค่ะ อันนี้ของเราก็เคลือบค่ะ พอดีว่ามีของเหลือมาจากที่ทำโต๊ะทำงานค่ะ

หน้าต่างหัวเตียงเรา ถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นว่ามันอยู่ไม่กลางเตียงค่ะ แต่เราให้ช่างติดม่านติดแบบหลอกๆ ให้ดูเหมือนว่ามันกลางค่ะ ส่วนร้านม่านร้านนี้ เราไม่ค่อยถูกใจนะคะ อ่านรีวิวร้านมืาน คลิ๊กที่นี่

อีกมุมนึงค่ะ หน้าต่างตรงโต๊ะทำงานจะมองลงไปเห็นสนามหญ้าหน้าบ้านค่ะ ส่วนช่องเล็กๆ ตรงนั้นคือทางเข้า walk-in closet ค่ะ อันที่จริงเราว่าจะติดม่านไม่ก็ประตูค่ะ แต่ว่ายังไม่มีเวลาไปซื้อมาทำค่ะ

นี่ค่ะ วิวจากโต๊ะทำงาน ถามว่าได้ดูบ่อยมั้ย? ไม่เคยเลยค่ะ ได้มองลงมาแค่ตอนเปิดหน้าต่างตอนเช้าค่ะ =__=’

อันนี้เป็น walk-in closet ของเราค่ะ เสื้อผ้าเรามีกันแค่นี้ค่ะ เราเป็นผู้หญิงที่ไม่ได้มีเสื้อผ้าเยอะค่ะ แล้วนี่ย้ายบ้านมาก็คัดทิ้งไปแล้วด้วยค่ะ เลยยิ่งน้อยไปใหญ่ ตอนแรกนึกว่าจะไม่พอ ก็ไปซื้อราวสีขาวมาเพิ่ม ปรากฎว่าไม่มีของจะแขวนค่ะ

walk-in closet ของเราเป็นเฟอร์ลอยตัวทั้งหมดค่ะ ที่ไม่ได้ทำ build in เพราะเรื่องงบก็ส่วนนึงค่ะ และติดปัญหาที่ว่าผนังมันเป็นผันงเบาด้วยค่ะ เลยไม่ค่อยมั่นใจว่าถ้าเอาอะไรไปยึดมันจะทนมั้ย ก็เลยเอาบบนี้ดีกว่าค่ะ ประหยัดกว่ากันมาก ลองคิดคร่าวๆ ทั้งห้องนี้แค่  7,000-8,000 บาทค่ะ (ไม่รวมตู้กระจกอันนั้น เราเคยขายเครื่องประดับเลยซื้อมาโชว์ค่ะ แต่ความจริงไม่ค่อยได้ใช้ค่ะ)

ราวแขวนเสื้อที่อยู่ทางขวา 2 ชิ้นนั้นจาก ikea ค่ะ ชิ้นละ 2,000 บาท โดยประมาณ
ราวแขวนที่โล่งๆ อยู่ตรงกลาง อันนั้นก็จาก ikea น่าจะ 600-800 บาท
ชั้นวางเสื้อผ้าทางซ้ายก็จาก ikea ค่ะ 1,990 บาท
กล่องพลาสติกล่างซ้ายใส่พวกชั้นใน ถุงเท้า จาก Home Pro ค่ะ ไม่กี่ร้อยบาท

อันนี้เป็นห้องน้ำที่ใหญ่ที่สุดของบ้านค่ะ แล้วก็เราขอแนะนำนะคะ “อย่าทำพื้นห้องน้ำสีขาวค่ะ” เข้าใจใช่มั้ยคะ -..-
คือตอนแรกมีแม่บ้านไงคะ แล้วเค้าก็ล้างห้องน้ำทุกวัน ทีนี้อยู่ๆ ก็ไปไม่ลา ก็กลับตัวไม่ทันอ่ะค่ะ ตอนนี้ล้างเอง ก็เศร้าไปค่ะ ฮื่อออ T^T

อันนี้เป็นห้องนอนเล็กค่ะ มีของอยู่แค่นี้เองค่ะ (อันนี้ถ่ายตอนแม่มานอนด้วย ก็จะแอบรกนิดนึงค่ะ)

มาถึงห้องสุดท้ายของบ้านแล้วค่ะ เป็นห้องน้ำขนาดจิ๋วหลิวค่ะ เล็กม๊ากกก แต่ก็ครบทุกฟังชันก์ค่ะ

อ่างล่างหน้าขนาดเล็กมาอันนั้นซื้อจาก Home Pro ค่ะ 3,000 – 4,000 บาทค่ะ

ขออนุญาตจบแต่เพียงเท่านี้ค่ะ ใครอยากให้รีวิวตัวไหน หรือร้านไหนบอกได้เลยนะคะ ถ้าจำได้จะรีวิวให้ค่ะ

ตอนต่อไปจะลงเป็นภาพ Before & After เทียบกันให้ดูนะคะ ^_^

ขอบพระคุณทุกท่านที่อ่านจนจบค่า

 

 

You Might Also Like...

No Comments

    Leave a Reply