ผู้หญิงแต่งบ้าน
บ้านตัวเอง ^_^

บ้านตัวเอง#1 : เจอแล้ว

กว่าจะเจอกับหลังนี้ เราตระเวณดูมาเยอะมาก แต่ก็ยังหาไม่ได้ซะที เราถึงขนาดว่าไล่จดบ้านเลขที่ของบ้านร้างไปคัดโฉนดที่กรมที่ดินกันเลย แต่ยังไม่เจอเจ้าของที่ปล่อยขายเสียที

โจทย์ของเราคือต้องอยู่ในระแวกเดิม เพราะชอบย่านนี้อยู่แล้ว อันที่จริงในซอยนี้เราก็เข้ามาดูก่อนหน้านี้แล้ว แต่ยังไม่มีป้ายแปะ และตอนที่เราเห็นป้ายประกาศขาย เราก็ยังไม่ได้สนใจมาก เพราะดูจากตัวบ้านแล้วน่าจะเกินงบแน่นอน แต่ก็คุยกับสามีว่าลองโทรดูแล้วกัน ปรากฎว่าเกินงบจริงๆ แต่ก็ขอเข้าไปดูตัวบ้านหน่อย เจ้าของเดิมเค้าก็โอเค

บ้านนี้เป็นบ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ค่ะ ในวันที่เราได้เข้าไปดูบ้าน ไม่ได้มีความรู้สึกเย็นวาบหรืออะไรแปลกๆ เหมือนที่เค้าพูดกันเลย อุตส่าห์แอบหวังว่าจะมีโมเม้นต์แบบนี้ 555 คือช่วงนั้นเดือนธันวา มันก็เย็นเป็นปกติอยู่แล้วแหล่ะ และเค้าก็ปลูกต้นมะม่วงไว้ที่หน้าบ้านถึง 2 ต้น มันก็คงจะมีร่มเย็นเป็นปกติอ่ะนะ เราคิดอย่างนั้น

สภาพบ้านก็ตามรูปเลยค่ะ ภายนอกก็ค่อนข้างทรุดโทรมตามกาลเวลา ส่วนภายในนั้นยิ่งกว่า ลองชมภาพกันดูค่ะ

จริงๆ ภายในบ้านค่อนข้างมืด อันนี้เราปรับสว่างมาแล้ว

รูปมันก็จะสั่นๆ หน่อย พอดีว่ารีบถ่าย และก็ตอนนั้นยังไม่ได้ทันคิดว่าจะเอามารีวิวอะไร

 

เจ้าของเดิมแทบจะไม่เคยทำการปรับปรุงอะไรเลย มีรอยน้ำรั่วอะไรตรงไหนก็หาอะไรมาอุดๆ ไว้แค่พออยู่ได้ ฝ้าตรงไหนเหมือนจะหล่นก็ไปหาไม้มาค้ำเอาไว้พอเป็นพิธีเท่านั้น

อันนี้ครัวค่ะ เป็นครัวปูนธรรมดา ฝ้าครัวก็เละเทะแล้วค่ะ

แต่ถึงสภาพภายนอกและภายในจะดูแย่ แต่ว่าบ้านนี้ไม่มีปลวกเลยค่ะ ช่างที่ทำบ้านให้แกก็แปลกใจมากว่าทำไมไม่มีปลวกเลย ทั้งๆ ที่ชั้น 2 เป็นไม้หมดเลย ทั้งพื้นและผนังค่ะ

ตั้งแต่เราเข้าไปดูบ้านวันแรก เราจินตนาการออกหมดเลยว่าจะดัดแปลงอะไรตรงไหน ทุบอะไรกั้นอะไร เราก็ขอถ่ายรูปทุกมุมของบ้าน เสร็จเราก็ออกมาคุยกันข้างนอก เราก็คุยกันเรื่องราคา (ตอนนั้นก็ยังไม่คิดว่าจะได้หลังนี้นะ)​

เราลองต่อรองราคาดู เราบอกว่าเราต่อคำเดียว ถ้าไม่เกินงบเท่านี้ เราซื้อแน่นอน (ท้าวความก่อนว่าบ้านหลังนี้ถือว่าราคาถูกแล้วสำหรับย่านนี้ เพราะเจ้าของรีบขาย แต่มันก็ยังเกินงบเราไง)​เจ้าของบ้านถามว่าเอาจริงมั้ย ถ้าเอาจริงเค้าลดให้ เพราะมีคนมาต่อราคาหลายคนแล้วก็ไม่เอา เราบอกว่าจริง ถ้าได้ราคาในใจเราเราโอเคเลย สรุปว่าเค้าให้ค่ะ ตอนหลังมาทราบว่าเค้าบอกว่าเราดูจริงจัง อยากได้จริงๆ ไม่เหมือนคนอื่น เพราะเราถ่ายรูปไปทุกมุม สอบถามปัญหาทุกจุด ไม่เหมือนคนอื่นที่เข้าไปดูๆ แล้วก็เดินออก แล้วเค้าก็ถูกชะตาเรากับสามี บอกว่าดูเป็นเด็กดี พูดจาน่ารักด้วยค่ะ ^_^

พอเรากลับมาบ้าน เราลองเอาแปลนมาวาดลงกระดาษอย่างคร่าวๆ เผื่อดูว่าภาพในหัวของเรามันสามารถทำออกมาได้จริงมั้ย ผลออกมาก็คือน่าจะได้นะ แต่เราไม่มีระยะที่ถูกต้อง เลยลองถามเจ้าของเดิมว่ามีแปลนเก่าเก็บไว้มั้ย แกว่ามี แต่จำไม่ได้ว่าอยู่ตรงไหน ให้เราลองหาเอง =_=’

แล้วอะไรยังไงไม่รู้ เราเห็นกล่องกระดาษใบนึงมีของทับๆ อยู่ เราเลยไปลองค้นดู ปรากฎว่าเจอค่ะ! น่าประหลาดใจมากๆ ถือว่าเป็นโชคดีของเรา (ที่ขอแปลนบ้านนี่ยังไม่ได้โอนบ้านอะไรกันเลยนะ แค่เซ็นสัญญารอผลกู้)​

อ้อ ไม่รู้ว่าใครคิดยังไงกับเรื่องนี้นะคะ จะว่างมงายรึเปล่าก็อาจจะใช่ 555 ตั้งแต่บ้านหลังแรกแล้ว เอาเรื่องบ้านหลังแรกก่อน เราจะอธิฐานกับสิ่งสักสิทธิ์ ณ บริเวณนั้นๆ เช่น บ้านหลังแรกอยู่ในโครงการ เราก็ไปไหว้ศาลพระภูมิของโครงการ และศาลตายายในระแวกนั้น ขอพวกท่านว่า ถ้าบ้านนี้เหมาะสมกับลูกจริง ลูกอยู่แล้วสุขสบาย ทำมาค้าขึ้น ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ ก็ขอให้ท่านดลบันดาลให้ลูกได้มา แต่ถ้ามันไม่ใช่ ก็ขอให้ท่านพิจารณาตามสมควร สรุปเราก็ได้บ้านมา

ส่วนหลังที่สอง (หลังนี้แหล่ะ)​ เราอธิฐานกับพระในบ้านหลังนี้แบบเดียวกันกับหลังแรก ท้ายสุดเราก็ได้หลังที่สองมาเหมือนกัน เราเชื่อว่าเบื้องบนเค้าจะรู้ดีกว่าเรา ให้เค้าเป็นคนตัดสินดีกว่า อะไรแบบนี้ค่ะ ^^

อ้อ เราลืมบอกไปว่าก่อนเราจะซื้อ เราให้พ่อเรา (เคยทำรับเหมาฯ) และคุณลุง (ทำรับเหมาฯ อยู่) ของเรามาดูสภาพบ้านให้ว่ามันโอเคมั้ย เค้าบอกว่าโครงสร้างก็ยังดีอยู่ เราก็เลยโอเคค่ะ

ในตอนหน้าเราจะเขียนเกี่ยวกับการออกแบบบ้านค่ะ เป็นส่วนที่สนุกมากๆ เลย ช่วงนั้นถ้าว่างก็จะต้องนั่งออกแบบกันตลอดเวลา ตามไปอ่านที่โพสหน้านะคะ :)​

 

 

You Might Also Like...

No Comments

    Leave a Reply