ผู้หญิงแต่งบ้าน
รีวิวสินค้า/บริการที่เคยใช้

รีวิว : หุ่นยนต์ดูดฝุ่นยี่ห้อ Mister Robot

สวัสดีค่า วันนี้จะมารีวิวตัวช่วยทำความสะอาดบ้านที่ฮิตกันสุดๆ ณ ตอนนี้ให้ชมกันนะคะ นั่นก็คือหุ่นยนต์ดูดฝุ่นนั่นเองค่า ^_^

ที่จริงแรงบันดาลใจของการรีวิวครั้งนี้เกิดมาจาก เวลาใครต่อใครมาที่บ้าน แล้วเห็นเจ้าหุ่นยนต์ดูดฝุ่นวางจอดเอาไว้

มักจะถามกันว่า “ไอ้นี่มันใช้งานได้จริงหรอ” คือแทบจะทุกคนเลยที่รู้สึกแปลกใจว่าทำไมเราใช้เครื่องนี้ทำความสะอาดบ้าน 555

วันนี้ว่างๆ ก็เลยมารีวิวให้ชมกันค่ะ

หุ่นยนต์ดูดฝุ่นตัวนี้ เราซื้อเพราะว่าช่วงนั้นกำลังจะย้ายบ้านใหม่ (จากทาวน์โฮมเป็นบ้านเดี่ยว)

แล้วพอดีว่าแม่บ้านที่เคยจ้างอยู่ ขอลากลับบ้านแล้วไม่กลับมาอีกซะงั้น เราก็เลยรู้ละว่าเราต้องทำงานบ้านกันเองแล้วสินะ

เราเลยคิดว่าต้องทำยังไงดี มีตัวช่วยมั้ย จริงๆ เราเองก็ทำงานที่บ้านแหล่ะ แต่ก็ไม่ได้จะมาว่างกวาดว่างถูตลอด (ขี้เกียจด้วย) แล้วก็ยังไม่ได้คิดจะหาแม่บ้านคนใหม่ด้วย

เราเลยนึกถึงหุ่นยนต์ดูดฝุ่นขึ้นมา (เราค่อนข้างสนใจพวกตัวช่วยทุ่นแรงอะไรแบบนี้อยู่แล้วค่ะ เป็นพวกแม่บ้านไอที สาขาอุปกรณ์ดีเด่นค่ะ 555)

เพราะเคยอ่านรีวิวแล้วเจอเค้าบอกกันว่า เหมาะกับบ้านที่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงในบ้าน เพราะมันดูดขนได้ดี (เราเลี้ยงหมา 3 ตัวในบ้าน)

ประกอบกับช่วงนั้นเรากำลังรีโนเวทบ้าน เราก็จะได้ไปเดินงานพวก โฮมแฟร์บ่อยๆ เราก็เลยไปเดินดูที่งานโฮมโปรที่เมืองทองธานีค่ะ

ในงานมีให้เลือกหลายยี่ห้อมากค่ะ เราเองก็ดูแทบทุกบูธ ราคามีตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลายหมื่นเลยค่ะ

เราเองไม่ได้มีสเป๊คเอาไว้ในใจ เลยไปให้เซลล์แต่ละบูธแนะนำเอา และหลังจากที่เราสำรวจเป็นที่พอใจแล้ว เราก็มานั่งตัดสินใจกับสามีแป๊บนึง

ว่าจะเอายังไงดี ผลสรุปออกมาว่า

  • เราอยากได้ที่มันดูดฝุ่น/ขนหมาได้ (ของมันแน่อยู่แล้ว)
  • ราคาไม่แพงมาก รับได้ที่หมื่นต้นๆ
  • ไม่ต้องสั่งการด้วยมือถือได้ก็ได้ เพราะคงใช้เฉพาะตอนอยู่บ้านเท่านั้น
  • ระบบ Mapping (คือการจดจำทิศทางการเดิน ให้เดินอย่างทั่วถึง ไม่เดินสะเปะสะปะ)
  • ดีไซน์สวยงาม ไม่เทอะทะ

จึงได้มาเป็นของยี่ห้อนี้ค่ะ Mister Robot รุ่น Hybrid Mapping เพราะตรงกับความต้องการทุกอย่าง (แถมฟังก์ชันถูพื้นด้วย) และเคยเห็นโฆษณาผ่านตาใน facebook มาบ้าง เลยคุ้นเคยกว่ายี่ห้ออื่นค่ะ

และแถมตอนนั้นเค้ามีโปรด้วย คือซื้อหุ่นยนต์ดูดฝุ่น แถมเครื่องดูดฝุ่นปกติ และเครื่องดูดไรฝุ่น คือดีอ่ะ ซื้อ 1 ได้ถึง 3 เราก็เลยจัดเลย

เกริ่นมาซะนานเลย มาดูการใช้งานจริงกันค่ะ เริ่มตั้งแต่กล่องเลยนะคะ

** หมายเหตุ : บางรูปอาจจะสกปรกหน่อยนะคะ เพราะเราใช้มาประมาณ 6 เดือนแล้วค่ะ

มาดูอุปกรณ์แต่ละชิ้นกันค่ะ ชิ้นแรกเป็นหุ่นยนต์ดูดฝุ่น

แท่นชาร์จ

ถังสำหรับใส่น้ำ (ฟังก์ชันถูบ้าน)

ผ้าสำหรับถู เค้ามีมาให้ 2 ชิ้น

แผ่นกรอง หรือแผ่นฟิลเตอร์ อันนี้จะมีติดมาในเครื่อง 1 อัน แล้วก็ในกล่อง 1 อัน

แปรงหน้า 2 ชิ้น แปรงยาง 1 ชิ้น อันที่จริงถ้าใช้กับพื้นบ้านทั่วไปควรจะใช้แปรงยางมากกว่าค่ะ เพราะจริงๆ ตัวแปรงยางเป็นแปรงแบบใหม่

ช่วยเก็บเส้นผมและขนสัตว์ที่พื้นเรียบได้ดี และสามารถถอดไปทำความสะอาดได้ง่ายกว่าด้วย แต่ว่าเราใช้แปรงที่ติดมากับตัวเครื่องตั้งแต่แรก

แล้วรู้สึกชิน เลยใช้อันนั้นมาตลอดค่ะ (อันนี้เราจะมารีวิวเลยทักไปถามเค้ามาว่า ไอ้แปรงยางตัวนี้เอาไว้ทำอะไรเพราะส่วนตัวไม่เคยใช้เลย)

ส่วนแปรงตัวที่ติดมากับเครื่องเหมาะกับพื้นที่เป็นพรมค่ะ เพราะจะดึงขนออกจากพรมได้มากกว่า แต่ก็สามารถใช้กับพื้นปกติได้เหมือนกันค่ะ

ตัวที่ติดมากับเครื่องจะเป็นตัวนี้ค่ะ (อยู่ในกรอบเหลืองๆ)

รีโมท อันนี้ก็เป็นตัวที่ทำให้เราตัดสินใจซื้อเครื่องนี้ด้วยค่ะ เพราะตอนพนักงานขายเค้าสาธิตให้ดู คือเราสามารถบังคับหุ่นยนต์เองได้ด้วย

คือเราว่าอันนี้ดีนะ คือก่อนใช้เราก็กังวลว่ามันจะวิ่งไปทั่วถึงรึเปล่า แต่พอรู้ว่าเราบังคับเองได้ มันก็รู้สึกว่าเราควบคุมได้ ตรงไหนไม่สะอาดเราก็บังคับให้มันวิ่งไปทางนั้นได้

แล้วยังมีฟังก์ชันการทำงานอีกหลายๆ หมวด ตามนี้ค่ะ

  • ปุ่มลูกศร เอาไว้บังคับหุ่นยนต์ดูดฝุ่น ให้วิ่งไปดูดตามทิศทางที่เราต้องการ
  • ปุ่ม Clean เอาไว้สั่งให้ทำงานหรือหยุดงาน
  • ปุ่ม Max ให้เครื่องดูดฝุ่นทำงานแรงกว่าปกติ ใช้ในกรณีที่ไม่ได้ทำความสะอาดเป็นเวลานาน
  • ปุ่ม Plan เอาไว้ตั้งเวลาให้เครื่องทำงานเอง (ต้องตั้งนาฬิกาด้วย)
  • ปุ่ม Clock ใช้สำหรับตั้งเวลาของตัวเครื่อง
  • ปุ่มที่เป็นรูป หมุนๆ วงกลม เป็นปุ่มที่ใช้ทำความสะอาดเฉพาะจุด ถ้ากดปุ่มนี้ หุ่นยนต์จะวิ่งหมุนเป็นวงกลมๆ ย้ำตรงจุดๆ นั้นค่ะ
  • ปุ่ม บ้าน เป็นการสั่งงานให้หุ่นยนต์วิ่งไปที่แท่นชาร์จ
  • ปุ่ม ลูกศรไขว้ เป็นการสั่งให้ทำงานแบบสุ่ม คือไม่ได้วิ่งเป็น Map วิ่งแบบตามใจเครื่องค่ะ
    (อาจจะใช้ตอนที่เราปล่อยวิ่งแบบ Map ไปแล้วรอบนึงเพื่อเก็บความเรียบร้อยค่ะ)

แปรงทำความสะอาดตัวเครื่องและหัวแปรงต่างๆ

ต่อไปมาดูตัวเครื่องกันบ้างนะคะ ตัวถังเก็บฝุ่นจะอยู่ด้านหลังของเครื่อง สามารถถอดออกมาได้ค่ะ (ช่องนี้เป็นช่องเดียวกับที่ถังใส่น้ำจะใส่เข้าไปค่ะ)

ถอดออกมาหน้าตาก็จะประมาณนี้

เปิดออกมาดูตรงนี้จะเจอฝุ่นแล้วค่ะ พอดีอันนี้ทำความสะอาดแล้วเลยไม่เห็นฝุ่น

และตรงส่วนสีฟ้าๆ นั่นเป็นช่องใส่ฟิลเตอร์ค่ะ ดึงตรงที่จับสองข้างออกมาได้เลย

ดึงออกมาแล้วจะเจอประมาณนี้ (จริงๆ จะมีฟองน้ำก่อนถึงฟิลเตอร์อีกชั้นนึงค่ะ พอดีเราลืมถ่ายเอาไว้)

ส่วนตัวฟิลเตอร์ที่เห็นในรูปนี้ คือเราเอาอันใหม่มาเปลี่ยนเลยค่ะ ก็ถือโอกาสนี้เป็นการเปลี่ยนเป็นของใหม่ไปเลย เพราะของเก่าค่อนข้างเขรอะค่ะ ไม่กล้าโชว์จริงๆ 555

** หมายเหตุ : จากที่เราอ่านมาในคู่มือ บอกไว้ว่าควรเปลี่ยนทุก 6 เดือน เพื่อสุขอนามัยที่ดีค่ะ **

หลังจากเปลี่ยนเสร็จแล้วก็ปิดเข้าไปให้เหมือนเดิม แล้วมาดูการใช้งานจริงกันค่ะ

เครื่องของเราก็จะวางเอาไว้แบบนี้ตลอด ถ้าจะใช้งานก็เปิดเครื่องได้เลย

วิธีการวางเครื่องที่ถูกต้องคือ ไม่ให้วางแบบทางซ้ายหรือขวาชิดผนังจนเกินไป เพราะตอนหุ่นยนต์วิ่งกลับแท่นชาร์จเค้าจะหาแท่นชาร์จไม่เจอค่ะ

ก่อนเริ่มการใช้งานให้ดูสวิตช์ไฟก่อนค่ะ ว่ามันเปิดอยู่รึเปล่า ถ้าไม่เปิด เครื่องจะทำงานไม่ได้นะคะ สวิตช์อยู่ข้างๆ เครื่องค่ะ

ตามในรูปนี้คือเปิดอยู่ค่ะ

ข้างๆ สวิตช์จะมีช่องเสียบสายไฟ คือถ้าเราไม่สะดวกที่จะตั้งแท่นชาร์จเอาไว้ ก็สามารถเอาสายชาร์จมาเสียบเพื่อชาร์จได้เลยค่ะ


สถานะไฟที่เครื่องจะมีตามนี้ค่ะ ถ้าไม่มีไฟคือเครื่องไม่ได้เปิด สีส้มคือเครื่องพร้อมทำงาน สีเขียวคือเครื่องกำลังทำงานอยู่

วิธีการเปิดเครื่องมี 2 วิธีค่ะ คือจะกดปุ่ม Clean ที่ตัวหุ่นยนต์ก็ได้ หรือจะกดปุ่ม Clean ที่รีโมทก็ได้ค่ะ
หลังจากกดปุ่มแล้ว เครื่องก็จะวิ่งออกจากแท่นชาร์จไปทำความสะอาดค่ะ

ดูจากรูปล่าง จะเห็นว่าแปรงปัดที่อยู่ด้านหน้า ปัดได้จนเกือบเข้ามุมเลยนะคะ (อาจจะต้องสังเกตุนิดนึงเพราะว่าแปรงมันหมุนอยู่ ถ่ายไม่ค่อยติดค่ะ)

หลังจากปล่อยวิ่งไปประมาณ 5 นาที เรามาลองแกะกล่องเก็บฝุ่นกันดูนะคะ (ภาพล่าง)

เป็นยังไงคะ น่ากลัวมั้ยคะ 555 ถ้ามองด้วยตาเปล่าเราก็ไม่รู้สึกว่าบ้านเราจะมีฝุ่นและเส้นขนเยอะได้ขนาดนี้ใช่มั้ยคะ

ฝุ่นนี่มาจากในบ้านเราจริงๆ เลยนะคะ ปล่อยเครื่องทำงานไปแค่ 5 นาทีเท่านั้น ตัวเราเองยังรู้สึกตกใจเลยค่ะ ว่าทำไมมันเยอะจัง ทั้งๆ ที่เพิ่งทำความสะอาดบ้านไปเมื่อวาน

จริงๆ อยากให้ลองสังเกตุว่ามันจะมีพวกฝุ่นเล็กๆ อยู่ ซึ่งไอ้เจ้าฝุ่นพวกนั้นกวาดยังไงก็ไม่หมดจริงๆ ค่ะ ต้องใช้เครื่องดูดฝุ่นเท่านั้น

ส่วนพวกขนน้องหมานี่เลิกพูดไปได้เลยค่ะ ยิ่งกวาดยิ่งปลิว กวาดแล้วติดไม้กวาดอีก ก็ต้องใช้เครื่องดูดฝุ่นทำความสะอาดอีก

แต่เราก็ขี้เกียจไงคะ เครื่องดูดฝุ่นปกติทั่วไปก็ใหญ่เทอะทะอีก ขี้เกียจลาก ขี้เกียจเก็บเป็นที่สุดค่ะ

– – – – – – – – – – – – – – –

ต่อไปเรามาดูฟังก์ชันถูกันบ้างค่ะ จริงๆ แล้วเราเองไม่ค่อยได้ใช้ฟังก์ชันนี้ค่ะ เพราะส่วนตัวรู้สึกว่าการถูพื้นมันต้องใช้แรงกดด้วย ไม่งั้นไม่สะอาด

แต่ไหนๆ เครื่องเค้าก็มีมาแล้ว ก็เลยรีวิวให้ชมค่ะ จะได้ครบๆ สำหรับเรา ระบบการถูพื้นนี้ถือว่าเป็นของแถมค่ะ

รูปด้านล่าง เป็นรูปของถังสำหรับใส่น้ำค่ะ ด้านที่โชว์อยู่นี้เป็นด้านล่างนะคะ จะเห็นว่ามีตีนตุ๊กแกอยู่ เอาไว้ติดผ้าถูพื้นค่ะ

คว่ำถังกลับมาอีกด้าน เราจะเจอช่องใส่น้ำค่ะ จะมีไอคอนรูปก๊อกน้ำอยู่ที่จุกพลาสกติกค่ะ ก็เอาน้ำใส่ตรงช่องนี้ได้เลยค่ะ

การใส่น้ำ ไม่ควรใส่ให้เกินระดับที่เค้ากำหนดเอาไว้นะคะ ให้ดูระดับตรงข้างๆ ถังค่ะ

ก่อนใส่น้ำ เราควรจะใส่ผ้าเข้าไปก่อนค่ะ ตรงด้านหลังของผ้าจะมีตัวรัดมุมอยู่ค่ะ ก็ให้เอาตัวรัดมุมใส่เข้าไปตงมุมที่เค้าเตรียมเอาไว้ตามภาพเลยค่ะ

พอใส่เสร็จ ผ้ามันก็จะไปติดกับตีนตุ๊กแกอย่างพอดีตามในรูปนี้ค่ะ

เมื่อใส่ผ้าเสร็จแล้วก็ใส่น้ำตามช่องที่เขียนไว้ด้านบนได้เลยค่ะ หลังจากนั้นก็นำมาใส่เข้าในเครื่องตามรูป (คือเอาถังเก็บฝุ่นออกแล้วเอาถังน้ำนี่เข้าไปแทน)

วิธีการวิ่งถูพื้นก็ไม่ต่างจากการวิ่งดูดฝุ่นค่ะ เค้าก็จะวิ่งถูไปเรื่อยๆ ถ้าเจอซอกมุมเค้าก็จะหาทางหลบของเค้าเองได้ค่ะ อาจจะใช้เวลานานซักหน่อยกว่าจะออกมาได้ แต่เค้าวิ่งออกมาได้จริงๆ ค่ะ

แล้วหลังที่เค้าทำความสะอาดเสร็จแล้ว เราไม่ต้องไปตามเก็บเค้าค่ะ เค้าจะวิ่งเข้าไปที่เแท่นชาร์จเองเลยค่ะ ก็สมกับได้ชื่อว่าเป็นหุ่นยนต์นะคะ ^_^

สรุปเลยนะคะ หุ่นยนต์ดูดฝุ่นของ Mister Robot รุ่น Hybrid Mapping ตัวที่เราใช้อยู่นี้ ใช้งานได้จริง ตอบโจทย์กับการใช้ชีวิตของเราค่ะ

ขอสรุปเป็นคะแนนโดยรวมดังนี้ค่ะ

การใช้งาน : 10/10
ใช้งานได้ดีค่ะ ถึงแม้เราจะไม่ค่อยได้ใช้ฟังก์ชันถูพื้น แต่การใช้งานโดยรวมถือว่าตอบโจทย์มากๆ ค่ะ

ความทนทาน : 9/10
จริงๆ ก็เพิ่งใช้มาแค่ 6 เดือนค่ะ แต่ก็ยังไม่เจอปัญหาอะไรนะคะ วัสดุก็ดูดี สมราคาค่ะ

ราคา : 10/10
ถือว่าราคาดีค่ะ ยิ่งตอนมีโปรของแถมยิ่งคุ้มมากค่ะ
และโดยส่วนตัวเราชอบที่เค้าแถมพวกอะไหล่มาอย่างละ 2 ชิ้นค่ะ ดูใส่ใจลูกค้าดีค่ะ

ความสวยงาม : 9/10
เราว่าดีไซน์สวยค่ะ ชอบตรงที่เครื่องเป็นสีขาว/เทา ไม่ดูแข็งเกินไป เข้ากับบ้านของเราพอดีค่ะ

You Might Also Like...

No Comments

    Leave a Reply